วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เรียนคำศัพท์เกี่ยวกับฟุตบอล (足球用语) ตอนที่ 2

            ต่อจาก Blog ที่แล้วนะครับ ใครยังไม่ได้อ่านเข้าไปอ่านได้ที่


            วันนี้จะมาเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับฟุตบอลกันต่อนะครับ 


足球场 【zúqiúchǎng】สนามฟุตบอล


裁判 【cáipàn】กรรมการ


巡边员 【xúnbiānyuán】 ไลน์แมน

กรรมการครบ นักกีฬาพร้อม ก็สามารถเริ่มเกมส์ได้ละครับ 
เริ่มเกมส์ (Kick-off) ภาษาจีน เรียกว่า 开球 【kāiqiú
传球 【chuánqiú】 ส่งลูก
接球 【jiēqiú】 รับลูก
运球 【yùnqiú】 เลี้ยงลูก
射门 【shèmén】 ยิงประตู
头球 【tóuqiú】 ลูกโหม่ง

มาพูดถึงเวลาลูกออกนอกสนามกันบ้าง
ลูกออกนอกสนาม ภาษาจีนเรียกว่า 出界chūjiè


掷界外球 zhì jièwàiqiú】 ทุ่มบอล


角球 【jiǎoqiú】 Corner kick

พูดถึงเรื่อง foul กันบ้าง
犯规 【fànguī】 foul
ฟาล์ก็มีหลายแบบใช่มั้ยหล่ะครับ วิธีเรียกก็ไม่เหมือนกัน

手球 【shǒuqiú】 handball
越位 【yuèwèi】 ล้ำหน้า

任意球 【rènyìqiú】 free kick
点球 【diǎnqiú】 เตะลูกโทษ

          วันนี้เรียนคำศัพท์กันเยอะทีเดียว หวังว่าคงมีประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ ^^

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เรียนคำศัพท์เกี่ยวกับฟุตบอล (足球用语) ตอนที่ 1

              เนื่องจากมีเพื่อนๆทักเข้ามาว่าต้องการเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับฟุตบอล วันนี้เราเลยจะมาเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับฟุตบอลกันนะครับ
                ก่อนอื่น เรามาเรียนรู้ตำแหน่งต่างๆกันก่อนว่าในภาษาจีนเรียกว่ายังไงนะครับ
  ก่อนอื่นก็ต้องมีทีมฟุตบอลก่อนใช่มั้ยหล่ะครับ 
ทีมฟุตบอล ภาษาจีนเรียกว่า 球队 【qiúduì】


教练 【jiàoliàn】 โค้ช  หลังจากมีทีมแล้วก็ต้องมีผู้ฝึกสอนหรือโค้ชนั่นเอง โค้ชหลักประจำทีมฟุตบอล ภาษาจีนจะเรียกว่า 主教练 【zhǔjiàoliàn】


足球运动员 zúqiú yùndòngyuán】 นักฟุตบอล
นักฟุตบอลก็จะมีหลายตำแหน่งใช่มั้ยหล่ะครับเรามาดูกันว่า แต่ละตำแหน่งเรียกกว่าอะไรมั่ง
前锋 【qiánfēng】 กองหน้า
前卫 【qiánwèi】 กองกลาง
左前卫 【zuǒ qiánwèi】 ปีกซ้าย
右前卫 【yòu qiánwèi】 ปีกขวา
后卫 【hòuwèi】 กองหลัง
中后卫 【zhōng hòuwèi】 กองหลังตัวกลาง (Center back)
守门员 【shǒuményuán】 ผู้รักษาประตู

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเรียนกันต่อเกี่ยวกับ สนามฟุตบอล และ กฏกติกาต่างๆ ว่าในภาษาจีนเรียกว่ายังไงนะครับ ^^

我忽然很想你 อยู่ดีๆฉันก็คิดถึงคุณ

             เพื่อนๆที่เรียนภาษาจีนเวลาคุยกับเพื่อนๆคงมีบางเวลาที่อยากจะพูดว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นแบบกระทันหันอะไรประมาณนี้บ้างใช่มั้ยหล่ะครับ ภาษาจีน เราจะใช้คำว่า 突然 tūránหรือว่า 忽然 hūránใส่เข้าไปด้านหน้ากริยา เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นแบบกระทันหันนะ ถ้าแปลเป็นภาษาไทย ที่ได้ใกล้เคียงที่สุดก็คงเป็น “อยู่ดีๆก็”
รูปประโยคจะเป็น
S + 突然/忽然 + V + O
ตัวอย่างประโยค
上课时我的手机突然响了。
Shàngkè shí wǒ de shǒujī tūrán xiǎng le
ตอนที่กำลังเรียนอยู่อยู่ดีๆโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นมา

忽然哭了。
Tā hūrán kū le
อยู่ดีๆเขาก็ร้องไห้
               คงมีคนสงสัยใช่มั้ยหล่ะครับว่า คำว่า 突然 กับ 忽然 มันต่างกันมั้ยนะ ต่างกันแน่นอนครับ ไม่งั้นก็คงมีคำๆนึงเลิกใช้เหลือใช้แค่คำเดียวแล้ว ข้อแตกต่างระหว่าง 突然 กับ 忽然 มี 2ข้อครับ

              1. 突然 สามารถทำหน้าที่เป็น Adj ได้ แต่ 忽然 ทำหน้าที่เป็น Adj ไม่ได้
ตัวอย่างประโยค
这件事很突然。【Zhè jiàn shì hěn tūrán
เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน

这场雨下得很突然。【Zhè chǎng yǔ xià dé hěn tūrán
ฝนอยู่ดีๆก็ตกลงมาอย่างไม่รู้ตัว
** ทั้งสองประโยคนี้ ไม่สามารถใช้คำว่า 忽然 แทนได้ครับ 忽然 จะต้องวางไว้ด้านหน้ากริยาเท่านั้น **

             2. 突然 และ 忽然 ทำหน้าที่เป็น Adv เหมือนกัน (วางไว้ด้านหน้ากริยา)ในบางสถานการณ์สามารถใช้แทนกันได้ คำว่า 突然 จะเน้นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในพริบตา หรือว่า อย่างรวดเร็ว ส่วน 忽然 อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใดก็ได้ (อารมณ์ประมาณว่านึกขึ้นมาได้กระทันหัน)
ตัวอย่างประโยค
忽然哭了。 (สามารถใช้ 突然 แทนได้)

四川省突然发生了大地震。
Sìchuān Shěng tūrán fāshēng le dà dìzhèn
มณฑลเสฉวนอยู่ดีๆก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างกระทันหัน
** ประโยคนี้ไม่สามารถใช้ 忽然 แทนได้ เพราะแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเร็วมาก และเกิดขึ้นในพริบตาเดียว **


               หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังเรียนภาษาจีนกันอยู่นะครับ^^

วิธีการเช็คเที่ยวรถไฟในประเทศจีน ตอนที่ 3

            ตอนสุดท้ายแล้วนะครับ วิธีการไปซื้อตั๋วรถไฟ ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 และ 2 เข้าไปอ่านได้ที่นี่นะครับ

ตอนที่ 1 แนะนำรถไฟจีน

ตอนที่ 2 วิธีการเช็คเที่ยวรถไฟ

                รู้จักรถไฟจีนกันแล้ว เช็คเที่ยวรถไฟเป็นแล้ว ต่อมาก็ขั้นตอนการซื้อตั๋วครับ วิธีการซื้อตั๋วรถไฟจีนมีอยู่หลายวิธีมากๆ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ 3 วิธีนี้กันครับ

วิธีที่ 1 ซื้อที่สถานีรถไฟประจำเมือง

ไม่ว่าสถานีรถไฟสถานีไหนก็สามารถซื้อตั็วได้ครับ แต่เวลาไปซื้อตั๋วควรจะจดเที่ยวรถไฟที่จะไปให้พร้อม เนื่องจากคนเยอะมาก ถ้ามัวแต่ถามนู้นถามนี่ พนักงานอาจจะเมินเอาได้ง่ายๆ เวลาไปซื้อตั๋วต้องนำ Passport ไปด้วยนะครับ ไม่อย่างงั้นจะซื้อไม่ได้ เวลาไปซื้อแนะนำให้เขียนตามนี้ครับ
วันที่ที่จะเดินทาง +เที่ยวรถไฟ + สถานีที่ออกเดินทาง +เวลาที่ออกเดินทาง + สถานีปลายทาง + ประเภทตั๋วรถไฟ+ จำนวนตั๋วที่ต้องการซื้อ
ตัวอย่างเช่น 2013/7/16 G72 广州南(8:30)--》 北京西 一等座 一张
แบบนี้พนักงานก็จะอ่านและเข้าใจง่าย สามารถออกตั๋วให้เราได้ทันทีครับ

วิธีที่ 2 ไปตามจุดตัวแทนจำหน่ายตั๋วในเมือง

ถ้าใครอ่านภาษาจีนออก สามารถเข้าไปที่เวบนี้เช็คสถาที่ๆใกล้ที่พักเราที่สุดเพื่อไปซื้อตั๋วครับ 
สำหรับคนที่อ่านภาษาจีนไม่ออก ให้ลองสังเกตุใกล้ๆที่พักมีสถานที่แบบนี้รึเปล่า


ลักษณะของร้านตัวแทนจำหน่ายตั๋วรถไฟจะหน้าตาตามรูปเลยครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอตั๋วปลอมนะครับ ร้านพวกนี้ถูกกฏหมายแน่นอน 100% ครับ ซื้อแล้วออกตั๋วได้ทันที ไม่ต้องรอครับ ออกตั๋วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 5 หยวนครับ เวลาไปซื้อแนะนำให้จดรายละเอียดของเที่ยวรถไฟที่จะไปให้เรียบร้อยเหมือนกัน จะได้ออกตั๋วได้รวดเร็วไม่ต้องมีปัญหาซื้อตั๋วผิด

วิธีที่ 3 ซื้อผ่านเวบไซต์การรถไฟจีน

วิธีนี้จะต้องอ่านภาษาจีนออก และ มี Internet banking ที่จีนเท่านั้นถึงจะซื้อได้ครับ เข้าไปซื้อได้ที่

หลังจากซื้อแล้วยังไม่สามารถขึ้นรถไฟได้ทันทีนะครับ ซื้อเสร็จแล้วให้ print ตั๋วออกมา แล้วนำไปแลกเป็นตั๋วจริงที่สถานีรถไฟครับ ไปก่อนรถไฟออกซักชม.นึงก็พอครับ (เนื่องจากวิธีนี้คนที่ใช้ค่อนข้างน้อย ผมเลยไม่บอกรายละเอียดมากละกันนะครับ ถ้าหากมีเพื่อนคนไหนต้องการวิธีแบบละเอียด รบกวนคอมเมนท์ไว้นะครับ ผมเห็นแล้วจะมาเขียนวิธีซื้อแบบละเอียดให้อีกทีครับ)

            สำหรับเรื่องสุดท้ายก็คือ "เรื่องการคืนตั๋ว"  ตั๋วรถไฟของจีนถ้ารถไฟยังไม่ออกเดินทางก็สามารถคืนตั๋วได้ตลอดเวลาครับ เวลาไปคืนตั๋วต้องไปคืนที่สถานีรถไฟเท่านั้น และจะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 5% ของราคาตั๋วครับ

วิธีการเช็คเที่ยวรถไฟในประเทศจีน ตอนที่ 2

ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ ใครที่ยังไม่ได้อ่านเข้าไปอ่านได้ทีนี่ครับ


                 คราวนี้เรามาพูดถึงวิธีการเช็คตั๋วรถไฟกันบ้าง สำหรับคนที่อ่านภาษาจีนออกบ้าง แนะนำให้เข้าไปเวบนี้ครับ


เวบนี้เป็นเวบของการทางรถไฟจีน สามารถเช็คจำนวนตั๋วที่เหลือได้แบบออนไลน์ 

ช่อง 出发地 【chūfādì】ให้ใส่เป็นสถานีที่เราจะออกเดินทาง ถ้าพิมพ์จีนไม่ได้ ให้พิมพ์เป็น pinyin แทนได้ครับ
ช่อง 目的地 【mùdìdì】ให้ใส่สถานีปลายทางที่เราต้องการจะไป
ช่อง 出发日期 【chūfā rìqī】ให้ใส่ วันที่ที่เราต้องการจะเช็คจำนวนตั๋ว

                   กรอกครบหมดแล้วก็กดปุ่ม 查询 【cháxún】ได้เลยครับ จะมี list เที่ยวรถไฟทั้งหมด และบอกจำนวนตั๋วที่เหลืออยู่

ลองมาดูตัวอย่างกันนะครับ สมมุติว่าผมจะออกเดินทางจากกวางเจาไปปักกิ่ง วันที่ 18/7/2013 ผลที่ออกมาเป็นดังนี้ครับ


ช่องที่ขึ้นตัวอักษรสีเทาๆ เขียนว่า 无 【wú】 แสดงว่าไม่มีตั๋วเหลือแล้วครับ
ส่วนช่องท้ายๆที่เขียนว่า 无座 สังเกตุได้ว่าเหลือจำนวนค่อนข้างเยอะ ไม่ต้องดีใจนะครับว่าตั๋วเหลือ คำว่า 无座 【wúzuò】แปลว่า ตั๋วไร้ที่นั่ง หรือก็คือ ตั๋วยืน นั่นเองครับ

                ส่วนคนที่ไม่รู้ตัวอักษรจีนเลยซักนิด แนะนำให้เช็คที่เวบนี้ครับ


สามารถเช็คตั๋วเหลือได้เหมือนกัน


                 สามารถเช็คตั๋วล่วงหน้าได้ 20 วันนะครับ
                 เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาต่อเรื่องวิธีไปจองตั๋วรถไฟนะครับ ^^

วิธีการเช็คเที่ยวรถไฟในประเทศจีน ตอนที่ 1

              การเดินทางโดยรถไฟในประเทศจีนถือว่าเป็นตัวเลือกหลักสำหรับคนที่มาเที่ยวประเทศจีน หรือว่า อยู่ในประเทศจีนอยู่แล้วแต่อยากจะไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ เนื่องจากเที่ยวรถค่อนข้างเยอะ และราคาประหยัดกว่าซื้อตั๋วเครื่องบิน แต่ว่าการซื้อตั๋วรถไฟในประเทศจีนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากมากสำหรับคนที่พูดภาษาจีนไม่ได้ เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ โดยเฉพาะพวกเมืองเล็กๆทั้งหลาย และ ต้องต่อคิวนานมากถึงจะได้ซื้อ ถ้าเราเตรียมตัวไม่ดี ไปถามแล้วคุยกันไม่รู้เรื่องอาจจะโดนพนักงานเมินเอาได้ง่ายๆ


               เวลาที่คนเยอะๆอาจจะเจอแบบตามภาพนี่ได้ ต้องต่อคิวกันเป็นชม.เลยทีเดียวกว่าจะซื้อตั๋วได้ แต่สถานการณ์แบบนี้มีไม่ค่อยบ่อยหรอกครับวางใจได้ ปกติมักจะรอแค่ 15-30 นาที

               ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักรถไฟจีนกันก่อนนะครับ เที่ยวรถไฟจีนจะมีตัวอักษรภาษาอังกฤษนำหน้า เป็นการบ่งบอกความเร็วของเที่ยวรถไฟขบวนนั้นๆ 

ขึ้นต้นด้วยอักษร G จะเป็นรถไฟที่เร็วที่สุด ย่อมากจากคำว่า 高铁 【gāotiě】
ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร D เป็นรถไฟที่เร็วเป็นอันดับสอง ย่อมาจากคำว่า 动车【dòngchē】
ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Z เป็นรถไฟที่เร็วเป็นอันดับสาม ย่อมาจากคำว่า 直达 【zhídá】
ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร T เป็นรถไฟที่เร็วเป็นอันดับสี่ ย่อมาจากคำว่า 特快 【tèkuài】
ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร K เป็นรถไฟที่เร็วเป็นอันดับห้า ย่อมาจากคำว่า 快 【kuài】
เที่ยวรถไฟที่ไม่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษ เป็นรถไฟที่ช้าที่สุด ไม่แนะนำให้ขึ้นนะครับ ช้าแบบเป็นวันๆเลยกว่าจะถึง

                ตั๋วรถไฟในประเทศจีน ถ้าเป็นเที่ยวที่ขึ้นต้นด้วย G หรือ D ตั๋วรถไฟจะมีให้เลือกแบบ 一等座 【yī děng zuò】 ที่นั่งชั้น1 และ 二等座 【èr děng zuò】ที่นั่งชั้นสอง ไม่ได้แปลว่ารถไฟมี 2 ชั้นนะครับ ^^ ที่นั่งแบบ 一等座 ที่นั่งจะกว้างกว่าแบบ 二等座 แน่นอนครับ ราคาก็ต้องแพงกว่าด้วย รถไฟแบบ G หรือ D ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีแบบนอน เพราะว่าถึงค่อนข้างเร็วมาก ส่วนใหญ่จะมีแต่แบบนั่งไปครับ

               ส่วนเที่ยวรถไฟที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรอื่นๆนอกจาก G และ D นั้น ปกติตั๋วรถไฟจะมีให้เลือกแบบ 
硬座 【yìngzuò】 
เป็นที่นั่งที่เบาะค่อนข้างแข็ง ปรับเอนเบาะไม่ได้ ราคาถูกที่สุด
软座 【ruǎnzuò
เป็นที่นั่งที่เบาะจะค่อนข้างนิ่ม (คล้ายรถทัวร์บ้านเรา) ปรับเอนเบาะได้
硬卧 【yìngwò
ถ้าแปลเป็นไทยคงแปลได้ว่า ที่นอนแบบแข็ง แต่จริงๆแล้วตั๋วรถไฟแบบ 硬卧 ที่นอนไม่ได้แข็งนะครับ แต่จะค่อนข้างเล็ก ที่นอนจะแบ่งเป็นคอกๆ (ห้อง) ไม่มีประตูกั้น คนเดินผ่านไปมาได้ ใน 1 คอก จะมี 2 แถว แต่ละแถวจะแบ่งเป็น บน กลาง และ ล่าง ตั๋วด้านบนราคาถูกสุด ส่วนตั๋๋วด้านล่างราคาแพงสุด
软卧 【ruǎnwò
เป็นตั๋วแบบนอนเหมือนกันครับ แต่ตั๋วแบบ 软卧 ที่นอนจะกว้างกว่า สบายกว่า ที่นอนจะแบ่งเป็นห้องๆ โดยส่วนใหญ่มักจะมีประตูปิด คงเดินผ่านไปมาจะมองไม่เห็นค่อนข้างเป็นส่วนตัว ในแต่ละห้องจะมี 2 แถวเหมือนกัน แต่ว่าแต่ละแถวจะแบ่งแค่ บน และ ล่าง ตั๋วที่นอนด้านล่างจะแพงกว่าด้านบน

                สำหรับคนที่ไม่สูบบุหรี่อาจจะต้องทนลำบากหน่อยนะครับกับการนั่งรถไฟของประเทศจีน ถึงแม้ว่าทางการจะประกาศว่าห้ามสูบบุหรี่บนรถไฟแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีคนที่ยังไม่ทำตามอยู่ดี ทำไรไม่ได้ครับ ถ้าได้ภาษาจีนก็ด่ามันไป แต่ถ้าพูดไม่ได้ก็คงต้องทนๆไปแหล่ะครับ วันนี้ผมแนะนำเท่านี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะมาแนะนำต่อว่าจะเช็คเที่ยวรถไฟยังไง ^^

คำศัพท์ที่ใช้เรียกแฟนหรือคนรักในภาษาจีน 男/女朋友


            ในภาษาจีนมีคำที่ใช้เรียก "คนรัก" หรือว่า "แฟน" หลายคำมาก ถึงแม้ว่าแต่ละคำความหมายจะคล้ายๆกัน แต่วิธีใช้นั้นแตกต่างกัน วันนี้เราจะมาเรียนกันนะครับว่าแต่ละคำแปลว่าอะไรบ้าง 

男/女朋友 【nán /nǚpéngyǒu】 "แฟน"  (ใช้เฉพาะตอนที่คบกันเป็นแฟนเท่านั้น แต่งงานแล้วจะใช้คำนี้ไม่ได้)

ประโยคตัวอย่าง

这个暑假我要和女朋友一起去旅行。
【Zhè gè shǔjià wǒ yào hé nǚpéngyǒu yìqǐ qù lǚxíng】
ปิดเทอมฤดูร้อนนี้ฉันจะไปเที่ยวกับแฟน

爱人 【àirén】 "คนรัก" (ใช้คำนี้ได้ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้วเท่านั้น ถ้าฝ่ายชายเป็นคนพูด ก็จะพูดถึง "ภรรยา" แต่ถ้าฝ่ายหญิงเป็นคนพูดก็จะพูดถึง "สามี" 

ประโยคตัวอย่าง

这是我爱人,我们结婚两年了。
【Zhè shì wǒ àirén ,wǒmen jiéhūn liǎngnián le】
นี่คือคนรัก(สามี/ภรรยา)ของฉัน พวกเราแต่งงานกันมาสองปีแล้ว

恋人 【liànrén】 "คู่รัก" (ถ้าพูดคำว่า 恋人 จะมีความหมายถึง คนสองคนที่เป็นคนรักกัน ปกติลักษณนามที่จะใช้เป็น 对)

ประโยคตัวอย่าง

这对恋人打算明年结婚。
【Zhè duì liànrén dǎsuàn míngnián jiéhūn】
คู่รักคู่นี้มีแผนที่จะแต่งงานปีหน้า

情人 【qíngrén】 คำว่า 情人 มี 2 ความหมายครับ ความหมายแรกมีความหมายว่า "คนรัก"  หรือ "แฟน" ใช้กับคู่ที่แต่งงานแล้ว หรือว่า ยังไม่ได้แต่งงานก็ได้ครับ แต่อีกความหมายนึงจะมีความหมายไปในทางที่ไม่ค่อยดี แปลว่า "ชู้" นั่นเองครับ ถ้าใส่คำว่า 小 เพิ่มเข้าไปเป็น 小情人 จะพูดถึง "ชู้" โดยเฉพาะเลยครับ เพราะฉะนั้นเวลาใช้คำนี้ต้องระวังนิดนึงนะครับ

ประโยคตัวอย่าง

我是他的情人。
【Wǒ shì tā de qíngrén】
ฉันเป็นคนรักของเขา

她不能接受丈夫有了情人这个事实。
【Tā bù néng jiēshòu zhàngfū yǒu le qíngrén zhè gè shìshí】
เขายอมรับความจริงที่ว่าสามีของเขาไปมีผู้หญิงอื่นไม่ได้

          ความจริงแล้วยังมีอีกหลายคำเลยครับที่ใช้กัน แต่บางคำก็เลิกใช้กันไปแล้ว อย่างคำว่า 对象 【duìxiàng】 แปลว่า แฟนที่กำลังจะแต่งงานกัน คำนี้เป็นคำที่ค่อนข้างเก่าแล้วครับ คนรุ่นใหม่ๆไม่ค่อยใช้กันแล้ว แต่ว่าคนแก่ๆในเมืองปักกิ่งยังคงใช้คำนี้กันอยู่ ถ้ามีใครไปเที่ยวตามสวนสาธารณะในปักกิ่ง แล้วมีคนแก่ๆเค้าเดินเอารูปลูกชาย หรือว่า ลูกสาวเค้ามาให้ดู ก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ เค้ากำลังช่วยลูกชาย/ลูกสาวเขา 找对象 【zhǎo duìxiàng】หาแฟนครับ