แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไวยากรณ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไวยากรณ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

我忽然很想你 อยู่ดีๆฉันก็คิดถึงคุณ

             เพื่อนๆที่เรียนภาษาจีนเวลาคุยกับเพื่อนๆคงมีบางเวลาที่อยากจะพูดว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นแบบกระทันหันอะไรประมาณนี้บ้างใช่มั้ยหล่ะครับ ภาษาจีน เราจะใช้คำว่า 突然 tūránหรือว่า 忽然 hūránใส่เข้าไปด้านหน้ากริยา เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นแบบกระทันหันนะ ถ้าแปลเป็นภาษาไทย ที่ได้ใกล้เคียงที่สุดก็คงเป็น “อยู่ดีๆก็”
รูปประโยคจะเป็น
S + 突然/忽然 + V + O
ตัวอย่างประโยค
上课时我的手机突然响了。
Shàngkè shí wǒ de shǒujī tūrán xiǎng le
ตอนที่กำลังเรียนอยู่อยู่ดีๆโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นมา

忽然哭了。
Tā hūrán kū le
อยู่ดีๆเขาก็ร้องไห้
               คงมีคนสงสัยใช่มั้ยหล่ะครับว่า คำว่า 突然 กับ 忽然 มันต่างกันมั้ยนะ ต่างกันแน่นอนครับ ไม่งั้นก็คงมีคำๆนึงเลิกใช้เหลือใช้แค่คำเดียวแล้ว ข้อแตกต่างระหว่าง 突然 กับ 忽然 มี 2ข้อครับ

              1. 突然 สามารถทำหน้าที่เป็น Adj ได้ แต่ 忽然 ทำหน้าที่เป็น Adj ไม่ได้
ตัวอย่างประโยค
这件事很突然。【Zhè jiàn shì hěn tūrán
เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน

这场雨下得很突然。【Zhè chǎng yǔ xià dé hěn tūrán
ฝนอยู่ดีๆก็ตกลงมาอย่างไม่รู้ตัว
** ทั้งสองประโยคนี้ ไม่สามารถใช้คำว่า 忽然 แทนได้ครับ 忽然 จะต้องวางไว้ด้านหน้ากริยาเท่านั้น **

             2. 突然 และ 忽然 ทำหน้าที่เป็น Adv เหมือนกัน (วางไว้ด้านหน้ากริยา)ในบางสถานการณ์สามารถใช้แทนกันได้ คำว่า 突然 จะเน้นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในพริบตา หรือว่า อย่างรวดเร็ว ส่วน 忽然 อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใดก็ได้ (อารมณ์ประมาณว่านึกขึ้นมาได้กระทันหัน)
ตัวอย่างประโยค
忽然哭了。 (สามารถใช้ 突然 แทนได้)

四川省突然发生了大地震。
Sìchuān Shěng tūrán fāshēng le dà dìzhèn
มณฑลเสฉวนอยู่ดีๆก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างกระทันหัน
** ประโยคนี้ไม่สามารถใช้ 忽然 แทนได้ เพราะแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเร็วมาก และเกิดขึ้นในพริบตาเดียว **


               หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังเรียนภาษาจีนกันอยู่นะครับ^^

ที่มาของคำว่า 马上 และ ความแตกต่างระหว่าง 马上 กับ 立刻

          เพื่อนๆเคยเรียนคำว่า 马上 【mǎshàng】กันรึเปล่าครับ สำหรับคนที่เรียนมาบ้างแล้วคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี คำว่า 马上 แปลว่า "ทันที" ครับ คำว่า 马 แปลว่า "ม้า" ส่วนคำว่า 上 แปลว่า "บน" เอ๊ะ!! บนม้าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับทันทีหล่ะ


            จริงๆแล้วมันมีที่มาของมันครับ ในสมัยก่อนมีนายพลคนนึงออกไปรบ รบเสร็จระหว่างกำลังรอกลับเมืองหลวงก็ได้ข่าวว่าฮ่องเต้ป่วยหนัก นายพลคนนี้ยังไม่ทันได้ลงมาจากหลังม้าก็รีบบึ่งเข้าเมืองหลวงทันที เลยทำให้เป็นที่มาของ 马上

            ยังมีอีกที่มาครับ ในสมัยก่อนม้าเป็นพาหนะที่เร็วที่สุด คนที่ขึ้นไปนั่งบนหลังม้า (马上)จึงมีความหมายว่า เตรียมพร้อมแล้ว พร้อมที่จะออกเดินทางทันที

            เป็นไงครับ ได้ฟังที่มาแล้วทำให้จำคำศัพท์ได้ง่ายขึ้นบ้างมั้ย?? ต่อไปเรามาดูวิธีใช้ 马上 กันบ้างนะครับ

            我马上给王老师打个电话。
           【Wǒ mǎshàng gěi Wáng lǎoshī dǎ gè diànhuà】
            ฉันจะโทรหาอาจารย์หวังทันที

             请再等一下儿,饭马上就好了。
            【Qǐng zài děng yī xiàr ,fàn mǎshàng jiù hǎo le】
             กรุณารอซักครู่ อีกเดี๋ยวข้าวก็จะทำเสร็จแล้ว

             你等一会儿,他马上就回来。
            【Nǐ děng yī huìr ,tā mǎshàng jiù huílái】
             คุณรอแปปนึงนะ เดี๋ยวเขาก็กลับมาแล้ว

             ดูจากประโยคตัวอย่าง คำว่า 马上 จะวางไว้หน้า verb ครับ และมักจะมี 就 ต่อท้ายอยู่เสมอๆ
             ยังมีอีกคำนึงที่มีความหมายเดียวกับ 马上 ก็คือ 立刻 【lìkè】
             ในบางสถานการณ์สามารถใช้แทนกันได้ แล้วเมื่อไหร่ใช้ได้ เมื่อไหร่ใช้ไม่ได้หล่ะ เรามาดูจากประโยคตัวอย่างกันครับ

             我马上就去王老师那儿。【Wǒ mǎshàng jiù qù Wáng lǎoshī nàr】
             我立刻就去王老师那儿。【Wǒ lìkè jiù qù Wáng lǎoshī nàr】

             ทั้งสองประโยคนี้มีความหมายโดยรวมเหมือนกัน แปลว่า ฉันจะไปบ้านของอาจารย์หวังทันที แตกต่างกันตรงที่ถ้าใช้คำว่า 立刻 โดยมากมักจะแปลว่า ตอนนี้เดี๋ยวนี้ ส่วนถ้าใช้คำว่า 马上 อาจจะแปลได้ว่า ตอนนี้เดี๋ยวนี้ หรืออาจจะ ผ่านไปซักแปปนึงก่อนก็ได้ คำว่า 马上 ความหมายของมันก็คือ ผู้พูดคิดว่าจะทำทันที แต่ความจริงแล้วยังไม่แน่ว่าจะทำเมื่อไหร่ แต่คำว่า 立刻 จะเน้นว่าต้องทำภายในเวลาอันสั้นๆ ประโยคที่ใช้คำว่า 立刻 จึงมีความหมายที่หนักแน่นกว่า

            他今年已经十八岁了,马上就二十了。
           【Tā jīnnián yǐjīng shí bā suì le ,mǎshàng jiù èr shí le】
            ปีนี้เขาอายุ 18 แล้ว อีกเดี๋ยวก็จะ 20 ละ

            ประโยคนี้ใช้คำว่า 立刻 แทนไม่ได้นะครับ เพราะว่าช่วงระยะเวลานานเกินไป ประโยคนี้ผู้พูดคิดว่า เขาอายุ 18 ละ อีกเดี๋ยวก็จะ 20 ใช้เวลาแป๊บเดียวก็ผ่านไป 2 ปีละ แต่ความเป็นจริงแล้ว 2 ปีเป็นเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน จึงใช้คำว่า 立刻 ไม่ได้

          สรุปก็คือคำว่า 立刻 เน้นว่าต้องทำในระยะเวลาอันสั้น ส่วน 马上 ระยะเวลาอาจจะยาวนานกว่า คำว่า 立刻 สามารถใช้คำว่า 马上 แทนได้ แต่ว่าคำว่า 马上 ไม่สามารถใช้คำว่า 立刻 แทนได้ทุกประโยค 

          มาลองทำแบบฝึกหัดกันดูนะครับว่าเข้าใจมากขึ้นมั้ย

แบบฝึกหัด (ลองคิดดูว่าประโยคต่อไปนี้ใช้คำว่า 立刻 แทนได้หรือไม่)

1. 饭马上就好,请坐吧。
2. 我马上就要回国了,还有不到两个月的时间。
3. 元旦刚过,春节马上就到了。
4. 他听到爸爸病了,马上就回家。

(เฉลยอยู่ด้านล่างครับ)






1. ใช้คำว่า 立刻 แทนได้
2. ใช้คำว่า 立刻 แทนไม่ได้ เพราะยังมีเวลาอีกตั้ง 2 เดือนถึงจะกลับประเทศ
3. ใช้คำว่า 立刻 ไม่ได้ เพราะว่าปีใหม่กับตรุษจีน จริงๆแล้วระยะเวลาห่างกันประมาณ 1 เดือน

4. ใช้คำว่า 立刻 แทนได้ (จริงๆแล้วควรจะใช้คำว่า 立刻 เพราะได้ยินว่าพ่อป่วยก็รีบกลับบ้านทันที เป็นการกระทำที่ทำทันที)

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

我们 เรื่องเราๆ ————วิธีการใช้ 们

              วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องการใช้ 们 กัน 们 ใช้เมื่อต้องการพูดถึงคนตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปแต่ไม่รู้จำนวนแน่นอน อย่างเช่น 我们 【wǒmen】 พวกเรา

               มีเพื่อนๆหลายคนถามว่า ใช้กับสัตว์ หรือว่า สิ่งของได้มั้ย??? อย่างเช่น 狗们 (狗 = หมา)  桌子们  (桌子 = โต๊ะ)
               ใช้ไม่ได้นะครับ คำว่า 们 ใช้ได้กับคนเท่านั้น ทำไมหล่ะ?? ทำไมใช้กับสัตว์หรือสิ่งของไม่ได้ ที่ใช้ไม่ได้ก็เพราะว่า


ลองสังเกตทางด้านซ้ายของตัวอักษร 们 ตัวอักษรทางด้านซ้าย คือคำว่า 人 (คน) ครับ


เพราะฉะนั้นคำว่า 们 จึงใช้ได้กับคำที่มีความหมายถึงคนเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น
你们 【nǐmen】 พวกคุณ
他们 【tāmen】 พวกเขา
她们 【tāmen】 พวกเธอ
老师们 【lǎoshīmen】พวกอาจารย์
学生们 【xuéshēngmen】 พวกนักเรียน
同事们 【tóngshìmen】พวกเพื่อนร่วมงาน

อาจจะมีคนแย้งว่า เอ๊ะ!! เคยเห็น 们 ใช้กับพวกสัตว์และสิ่งของนี้นา เช่น 
兔子们 【tùzimen】พวกกระต่ายทั้งหลาย
椅子们 【yǐzimen】 พวกเก้าอี้ทั้งหลาย

ใช่ๆครับ มีคนใช้จริงๆ แต่ใช้ได้อยู่ที่เดียว คือ "ในหนังสือนิทาน" หรือเวลาเราเล่านิทานให้เด็กๆฟัง พวกสัตว์และสิ่งของทั้งหลาย สามารถเติม 们 ได้ครับ นอกจากในหนังสือนิทาน จะไม่มีการใส่ 们 ให้กับสัตว์และสิ่งของเป็นอันขาด

เพราะฉะนั้นเพื่อนๆที่ฝึกอ่านภาษาจีนจากนิทาน ให้ระวังเรื่องนี้ด้วยนะครับ อาจจะเข้าใจผิดได้ง่าย ^^




你喜欢喝咖啡还是喜欢喝茶? คุณชอบดื่มกาแฟหรือว่าชา?

                  กลับมาเรื่องไวยากรณ์กันอีกครั้ง วันนี้เราจะมาเรียนคำว่า "หรือ" 
                  ในภาษาไทยนั้นไม่ว่าจะเป็นประโยคคำถาม หรือว่า ประโยคบอกเล่า เราสามารถใช้คำว่า "หรือ" ได้ทั้งคู่ ตัวอย่างเช่น

"คุณชอบดืมกาแฟหรือชา?"
"ฉันอยากดื่มกาแฟหรือไม่ก็ชา"

                    แต่ในภาษาจีนนั้น คำที่แปลว่า "หรือ" มีอยู่ 2 คำ คือ “还是” และ “或者” ใช้ต่างกันยังไงนะ ลองดูจากประโยคตัวอย่างนะครับ

“你喜欢喝咖啡还是喜欢喝茶?”
【Nǐ xǐhuān hē kāfēi háishì xǐhuān hē chá ?】
"คุณชอบดืมกาแฟหรือชา?"

“我想喝咖啡或者喝茶。”
【Wǒ xiǎng hē kāfēi huòzhě hē chá】
"ฉันอยากดื่มกาแฟหรือไม่ก็ชา"

                    เห็นความแตกต่างมั้ยครับ ?? ใช่แล้วครับ คำว่า 还是 จะใช้ในประโยคคำถาม ส่วนคำว่า 或者 จะใช้ในประโยคบอกเล่าครับ ง่ายๆแค่นี้เอง ไม่ยากใช่มั้ยหล่ะครับ Smiley

ไวยากรณ์จีน 才 ใช้ยังไงนะ (1)

                 วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับคำว่า 才 【cái】กันนะครับ 
                 才 เป็นไวยากรณ์ในภาษาจีนที่ใช้บ่อยมากๆ มีหลากหลายความหมายมาก วันนี้เราจะพูดถึง 才 ที่ใช้แสดงความรู้สึกของผู้พูด เรามาดูตัวอย่างกัน

今天他到教室的时候7点。
【Jīntiān tā dào jiàoshì de shíhòu cái qī diǎn】
วันนี้ตอนที่เขามาถึงห้องเรียนเพิ่งจะ 7โมงเช้า (ผู้พูดรู้สีกว่าเขามาเร็วจัง)

他11点来上课。
【Tā shí yì diǎn cái lái shàngkè】
เขาเพิ่งจะมาเข้าเรียนตอน 11 โมง (ผู้พูดรู้สึกว่าเขามาช้าจัง)

这支笔1元。
【Zhè zhī bǐ cái yī yuán】
ปากกาแท่งนี้แค่หยวนเดียว (ผู้พูดรู้สึกว่าปากกาแท่งนี้ถูกจัง)

我得花100元可以买到这支笔。
【Wǒ děi huā 100 yuán cái kěyǐ mǎi dào zhè zhī bǐ】
ฉันต้องใช้เงินถึง 100 หยวนถึงจะซื้อปากกาแท่งนี้ได้ (ผู้พูดรู้สึกว่าปากกาแท่งนี้แพงจัง)

才 แปลเป็นไทยได้หลายความหมายมากเช่น "เพิ่งจะ , แค่ , ถึง"  才 ใช้แสดงความรู้สึกว่า เร็ว ช้า ถูก แพง เช้า สาย ได้ เอ๊ะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่ ประโยคไหนถึงจะแสดงว่า เร็ว ถูก เช้า แล้วประโยคไหนถึงจะแสดงว่า ช้า แพง สาย หล่ะ ????

ผมบอกเคล็ดลับให้ครับ ง่ายๆ

ถ้า 才 อยู่ ด้านหลังจำนวนตัวเลข จะแสดงถึง ช้า แพง สาย
ถ้า 才 อยู่ ด้านหน้าจำนวนตัวเลข จะแสดงถึง เร็ว ถูก เช้า

เพื่อนๆยังงงกันมั้ยครับ ถ้างงลองทำแบบฝึกหัดด้านล่างดูนะครับจะได้เข้าใจมากขึ้น

แบบฝึกหัด (ลองดูจากประโยคแล้วลองคิดดูนะครับ ว่าประโยคนี้แปลว่าอะไร คนพูดต้องการจะสื่อถึงอะไร)

1.他上大学的时候才15岁。
2.他50岁才上大学。
3.我今天中午12点才起床。
4.他才学了2个月汉语,但是已经认识了2000个汉字。
5.我晚上12点才开始做作业。
6.才一个苹果,我吃不饱。
(เฉลยอยู่ด้านล่างครับ)






1. ตอนที่เขาเข้าเรียนมหาลัยเพิ่งจะอายุ 15 (ผู้พูดรู้สึกว่าเข้าเรียนมหาลัยเร็วกว่าปกติ)
2. เขาเพิ่งจะเข้าเรียนมหาลัยตอนอายุ 50 (ผู้พูดรู้สึกว่าเข้าเรียนมหาลัยช้ากว่าปกติ)
3. ฉันเพิ่งจะตื่นตอนเที่ยง (ผู้พูดรู้สึกว่าวันนี้ตื่นสายมาก)
4. เขาเพิ่งจะเรียนภาษาจีนได้ 2 เดือน แต่ว่ารู้จักตัวอักษรจีน 2000 ตัวแล้ว (ผู้พูดรู้สึกว่าเรียนได้เร็วมาก)
5. ฉันเพิ่งจะเริ่มทำการบ้านตอนเที่ยงคืน (ผู้พูดรู้สึกว่า เริ่มทำการบ้านช้ามาก)
6. แอปเปิ้ลแค่ลูกเดียว ฉันกินไม่อิ่มหรอก (ผู้พูดรู้สึกว่า น้อยไป)

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

三斤的鱼 กับ 三斤鱼 เหมือนกันมั้ยนะ??

วันนี้เราจะมาดูความสำคัญของ 的 กันนะครับ

เพื่อนๆลองนึกดูก่อนนะครับ ว่า 2 ประโยคต่อไปนี้ความหมายเหมือนกันมั้ย

1. 我今天去菜市场买了三斤鱼。【Wǒ jīntiān qù cài shìchǎng mǎi le sān jīn yú】
2. 我今天去菜市场买了三斤鱼。【Wǒ jīntiān qù cài shìchǎng mǎi le sān jīn de yú】

2 ประโยคนี้พูดถึงไปตลาดซื้อปลามา 3 ชั่ง (1 โลครึ่ง)
แต่ประโยคแรกเป็น 三斤鱼 ประโยคที่ 2 เป็น 三斤

เพื่อนๆที่เรียนภาษาจีนมา คงจะรู้ว่า 的 ในบางประโยค สามารถละได้
ตัวอย่างเช่น 我的爸爸 สามารถเขียนเป็น 我爸爸 ได้ มีความหมายเหมือนกันทุกประการ

แต่ !!!!  ไม่ได้ใช้ได้กับทุกประโยคนะครับ
โดยเฉพาะด้านหน้าของ 的 เป็น คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ "น้ำหนัก"

我的爸爸  =  我爸爸
แต่ว่า 三斤的鱼 ≠ 三斤鱼 นะครับ

ความหมายของ 三斤鱼 ก็คือ


ส่วน 三斤的鱼 คือ


ดูจากรูปพอจะเข้าใจกันแล้วนะครับ

三斤鱼 อาจจะเป็นปลาตัวเดียวหนักโลครึ่ง หรือว่า เป็นปลาหลายๆตัวรวมกันแล้วหนักโลครึ่ง ก็ได้

ส่วน 三斤的鱼 จะต้องเป็นปลาตัวเดียวที่หนักโลครึ่ง เท่านั้น

“A 的 B”  คำว่า 的 จะใช้เน้นแสดงความเป็นเจ้าของ หรือ บ่งบอกลักษณะพิเศษ A ให้กับ B

คำว่า 三斤的鱼 เป็นการพูดถึง ปลา ถ้างั้นปลาตัวนี้มีลักษณะพิเศษยังไงหล่ะ ก็คือ หนักโลครึ่ง ( 3 ชั่ง ) 

เพราะฉะนั้น
คำว่า 我的爸爸 และ 我爸爸 ความหมายโดยรวมเหมือนกัน
แต่จริงๆแล้วการเน้นจะแตกต่างกัน

我的爸爸 เป็นการเน้นให้คนฟังรู้ว่า เขาเป็นพ่อของฉันนะ ไม่ใช่พ่อของคนอื่น
ส่วน 我爸爸 อาจจะไม่ได้เน้นขนาดนั้น

ตัวอย่างเช่น มีคนถามว่า

这是谁的笔? 【zhè shì shuí de bǐ ?】

เวลาเราตอบก็ต้องตอบว่า 

这是我的笔 ไม่สามารถพูดว่า 这是我笔 ได้

เพราะเราต้องการเน้นให้คนฟังรู้ว่า นี่คือ ปากกาของเรานะ ไม่ใช่ปากกาของคนอื่น


หวังว่าเพื่อนๆคงจะเข้าใจความสำคัญของ 的 กันมากขึ้นนะครับ ^^


วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ทำไมเราถึงไม่พูดว่า 我学习了三个天 ?

                 วันนี้เรามาเรียนเรื่อง "ลักษณนามของเวลา" กันครับ ลักษณนามของเวลาจะค่อนข้างงงๆ เพราะไม่มีรูปแบบตายตัว บางคำจะต้องมี "个" บางคำมีหรือไม่มี "个" ก็ได้ บางคำห้ามใส่ "个" เป็นอันขาด ตัวอย่างที่เขียนผิดบ่อยๆเช่น

我学习了三个天”  ที่ถูกต้องคือ “我学习了三天”
我学习了三个年 ” ที่ถูกต้องคือ “我学习了三年”

ถ้าอย่างงั้นคำไหนใช้ “个” คำไหนไม่ใช้ “个” หล่ะ
ดูจากตารางนี้ได้เลยครับ

 ไม่ต้องใช้ “个”
ต้องใช้ “个”
ใช้หรือไม่ใช้ “个” ก็ได้ 
一秒 【yī miǎo】
วินาที
一个月【yí gè yuè】
เดือน
一个小时/一小时
yí gè xiǎoshí /yī xiǎoshí】
ชั่วโมง
一分钟 【yī fēnzhōng】
นาที
一天 【yì tiān】
วัน
一个钟头
yí gè zhōngtóu】
ชั่วโมง
一个星期/一星期
yí gè xīngqī /yī xīngqī】
สัปดาห์
一年 【yī nián】
ปี

一天 ,一年 ,一

                เวลาเราพูดเป็นภาษาไทยเราจะพูดว่า หนึ่งวัน หนึ่งเดือน หนึ่งปี แต่ทำไมในภาษาจีน คำว่าเดือนต้องใช้ “个” หล่ะ
                จริงๆแล้วเป็นเพราะว่า ในภาษาจีนเวลานับเดือนจะไม่เหมือนกับภาษาไทย ภาษาไทยจะพูดว่า มกราคม กุมภาพันธ์..........   แต่ในภาษาจีนจะพูดเป็น 一月 ,二月 ,三月。。。。。เพราะฉะนั้นเพื่อกันคนอื่นฟังแล้วสับสน เลยต้องใช้ “个”เข้าไป เวลาคนอื่นฟังจะได้ไม่เข้าใจผิดว่า ตกลงพูดว่า "เดือนมกราคม" หรือว่า "1 เดือน" กันแน่ 

ตัวอย่างประโยค

                 1.  一个月有三十一天 【Yí gè yuè yǒu sān shí yì tiān】
                      1 เดือนมี 31 วัน

                 2.  我学了三年汉语 【Wǒ xué le sān nián hànyǔ】
                       ฉันเรียนภาษาจีนมาแล้ว 3 ปี

                 3.  我要去北京旅游一天 【Wǒ yào qù Běi jīng lǚyóu yì tiān】
                       ฉันจะไปเที่ยวที่ปักกิ่ง 1 วัน


“一钟头”,“一小时/一小时”

                 “钟头” และ “小时” แปลว่า ชั่วโมง ทั้งคู่ คำว่า 钟头 ค่อนข้างเป็นภาษาพูดมากกว่า 小时 
                 ในเมื่อมันแปลเหมือนกัน ถ้าอย่างงั้นทำไม 钟头 ต้องมี 个 แล้ว 小时 มีหรือไม่มี 个 ก็ได้หล่ะ  คำตอบคือ เพราะว่า 钟头 เป็นได้แค่คำนาม  ส่วน 小时 เป็นได้ทั้งคำนาม และ ลักษณนาม เพราะฉะนั้น 小时 จะมี 个 หรือไม่มีก็ได้

ตัวอย่างประโยค

                  1. 从这儿走路半个钟头就到学校 【Cóng zhèr zǒu lù bàn gè zhōngtóu jiù dào xuéxiào】
                      จากตรงนี้เดินครึ่งชม.ก็ถึงโรงเรียน

                  2. 他去了三个钟头还没回来 【Tā qù le sān gè zhōngtóu hái méi huí lái】
                       เขาออกไป 3 ชม.แล้วยังไม่กลับมาเลย

                   3. 他在这里打工,一小时10元 【Tā zài zhèlǐ dǎgōng ,yī xiǎoshí 10 yuán】
                        เขาทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ได้ชม.ละ 10 หยวน

               คำว่า 星期 ก็เหมือนกับ 小时 ครับ สามารถเป็นได้ทั้งคำนาม และ ลักษณนาม เพราะฉะนั้น สามารถมีหรือไม่มี 个 ก็ได้

               เป็นยังไงบ้างครับ พอจะเข้าใจมากขึ้นมั้ยว่าทำไมบางคำต้องใช้ 个 บางคำไม่ต้องใช้ ^^

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ทำไมเราถึงไม่พูดว่า 我吃饭在食堂?

           เห็นคนอื่นเค้าเขียนเรื่องไวยากรณ์กัน เลยอยากเขียนกับเค้ามั่ง แต่ก็ไม่อยากเขียนเหมือนคนอื่น ถ้าเพื่อนๆเข้ามาอ่านแล้วเจอบทความคล้ายๆกัน คงจะรู้สึก 没意思 ใช่มั้ยหล่ะครับ
           Blog ส่วนไวยากรณ์ของผมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการนำตัวอย่างประโยคที่นักเรียนไทยมักจะแต่งผิดๆมาวิเคราะห์กัน วันนี้เรามาเริ่มตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานของรูปประโยคจีนกันครับ

ทำไมเราถึงไม่พูดว่า

我吃饭在食堂

นักเรียนไทยมักจะแต่งประโยคแนวนี้ออกมาเยอะมาก
เนื่องจากว่าถ้าแปลแบบตัวต่อตัว จะเหมือนภาษาไทยเด็ะ

                                                              我         吃饭      在      食堂
                                                            ฉัน      กินข้าว     ที่    โรงอาหาร

รูปประโยคของภาษาจีนคล้ายของภาษาไทยมาก
แต่ไม่เหมือนกันซะทั้งหมด เลยทำให้เขียนผิดอยู่บ่อยๆ

อาจารย์ของผมแนะนำว่าเวลาสอนนักเรียน
ให้นักเรียนจำว่ารูปประโยคของจีนนั้นเป็นการเรียงแบบ

"ตามเวลา (时间顺序)"

อาจจะมีคนงง อะไรคือรูปประโยคแบบเรียงตามเวลา
ลองคิดตามผมดูนะครับ

เวลาเราไปกินข้าวที่โรงอาหาร เราต้องไปที่โรงอาหารก่อนถึงจะกินข้าว หรือว่า เรากินข้าวก่อนแล้วค่อยไปที่โรงอาหาร  ???

แน่นอนว่า ต้องไปที่โรงอาหารก่อนถึงจะซื้อข้าวกินได้ ใช่มั้ยหล่ะครับ
เพราะฉะนั้น ในรูปประโยคของจีน

"ที่โรงอาหาร (在食堂) จะต้องอยู่หน้า กินข้าว (吃饭)"

เพราะฉะนั้น รูปประโยคที่ถูกต้องก็คือ

“我在食堂吃饭”
(Wǒ zài shítáng chī fàn)
ฉันกินข้าวที่โรงอาหาร

พอจะเข้าใจบ้างมั้ยครับ
ถ้ายังงงๆลองมาวิเคราะห์ประโยคต่อไปนะครับ

"9โมงเช้าฉันนั่งเครื่องบินไปกินข้าวที่ปักกิ่ง"

ถ้าคิดตามแบบรูปประโยคจีน
ก่อนอื่นก็ต้อง "นั่งเครื่องบิน" ก่อนใช่มั้ยครับ กี่โมงหล่ะ "9 โมงเช้า"
เพราะฉะนั้นก็ต้องถึง "9 โมงเช้า"  ก่อน ถึงจะ "นั่งเครื่องบิน" ได้ 
หลังจากนั้น ก็ถึง "ปักกิ่ง"
และหลังจากนั้นค่อย "กินข้าว"

เพราะฉะนั้นประโยคที่ถูกต้องคือ

我早上九点坐飞机去北京吃饭
(Wǒ zǎoshàng jiǔ diǎn zuò fēijī qù Běijīng chī fàn)
9โมงเช้าฉันนั่งเครื่องบินไปกินข้าวที่ปักกิ่ง



             พอจะเข้าใจมากขึ้นมั้ยครับ ถ้ายังไงก็ลองทำแบบทดสอบด้านล่างนี้ดูนะครับว่าเรียงประโยคถูกรึเปล่า


1.ฉันนั่งเครื่องบินไปประชุมที่เซี่ยงไฮ้ (坐飞机       开会      我      去上海)
2.ฉันนั่งรถเมล์ไปกินข้าวที่ถนนปักกิ่ง  (我   吃饭    去北京路    坐公交车)
3.เมื่อวานนี้ตอน9โมงเช้าฉันไปซื้อหนังที่ร้านหนังสือ (昨天早上九点     我   买书   去书店)

(เฉลยอยู่ด้านล่างนะครับ)






เฉลย

1.我坐飞机去上海开会             【Wǒ zuò fēijī qù Shànghǎi kāihuì】
2.我坐公交车去北京路吃饭     【Wǒ zuò gōngjiāochē qù Běijīng Lù chī fàn】
3.我昨天早上九点去书店买书   【Wǒ zuótiān zǎoshàng jiǔ diǎn qù shūdiàn mǎi shū】